•     วิธีการใช้งานบนเว็บไซต์

    +

    www.allfly.com อีกหนึ่งบริการจาก Counter Service Co.,Ltd. ที่เปิดให้บริการเกี่ยวกับการจองตั๋วเครื่องบินราคาถูก ที่คุณสามารถเลือกจองได้ทุกเส้นทางทั่วโลกผ่านระบบอินเตอร์เน็ต จองง่ายๆ บินทั่วโลกกับเรา เพียง 3 ขั้นตอน ดังนี้



    ขั้นตอนที่ 1 : ค้นหาเส้นทางบิน (Search Flight)
    เลือกเส้นทาง - -> วันที่ต้องเดินทาง - -> คลาส ชั้นผู้โดยสารที่ต้องการ - -> จำนวนผู้โดยสาร - -> กดค้นหา หรือ Search My Flight จากนั้นเลือกเส้นทางและสายการบินที่ต้องการเดินทาง

    ขั้นตอนที่ 2 : สั่งจอง (Booking)
    กรอกรายละเอียดผู้โดยสารและผู้ติดต่อให้ถูกต้อง - -> เลือกช่องทางการชำระค่าตั๋วเครื่องบิน - -> เลือกประกันการเดินทาง - -> ตรวจสอบรายละเอียด พร้อมคลิกยอมรับเงื่อนไข จากนั้นกดปุ่ม Confirm

    ขั้นตอนที่ 3 : ใบจองตั๋วเครื่องบิน (Itinerary)
    เมื่อชำระค่าตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย ระบบจะส่งอีเมลเพื่อแจ้งยืนยันการจองไปที่อีเมลที่แจ้งไว้ตอนกรอกรายละเอียดผู้ติดต่อ ท่านสามารถสั่งพิมพ์ Itinerary เพื่อนำไปเช็คอินที่สนามบินได้ หรือ สามารถนำรายละเอียดไปเช็คอินออนไลน์ คลิกเช็คอินออนไลน์ (Online Check-in) ที่นี่!!

  •     เกี่ยวกับการขอวีซ่า ประเทศใดบ้างที่ต้องยื่นขอวีซ่า และที่ไม่ต้องยื่นขอวีซ่า

    +

    การเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ "หนังสือเดินทาง" หรือ " Passport" ที่ต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งมักจะต้องใช้ควบคู่กับใบเบิกทาง อย่าง "วีซ่า" โดยในแต่ละประเทศก็จะมีอัตราค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและเงื่อนไขของแต่ละประเทศนั้นๆ ในบางประเทศก็สามารถเข้าพักได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และประเทศแถบยุโรปจะต้องมีการขอวีซาแบบพิเศษ ที่เรียกว่า "แชงเก้นวีซ่า (Schengen Visa)" ประเทศใดบ้างที่ไม่ต้องขอวีซ่าและต้องขอวีซ่าแบบพิเศษ ดูรายละเอียดได้ ที่นี่ !!

  •     ควรจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า นานขนาดไหน

    +

    ลูกค้าควรจะสำรองที่นั่งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 1-3 เดือน ก่อนวันเดินทาง เพราะว่าอัตรา ราคาตั๋วเดินทาง อาจจะเพิ่มขึ้นหากสั่งซื้อเมื่อใกล้กับวันกำหนดการเดินทาง และอาจจะไม่มีที่นั่งในเที่ยวบินที่คุณต้องการ

  •     ในการเดินทางที่มีจำนวนผู้เดินทางมากกว่า 9 คนขึ้นไป หรือต้องการเดินทางเป็นหมู่คณะ สามารถจองที่นั่งได้โดยวิธีใดบ้าง?

    +

    สำหรับลูกค้าที่ต้องการเดินทางเป็นกลุ่ม หรือ มีจำนวนผู้เดินทางมากกว่า 9 คนขึ้นไป สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งขอราคาพิเศษในการเดินทางเป็นกลุ่มได้ โดยแจ้งรายละเอียดการเดินทางมาที่ E-mail : booking@allfly.com

  •     น้ำหนักกระเป๋าที่จะเดินทางจะต้องหนักไม่เกินเท่าไร

    +

    น้ำหนักการนำสัมภาระขึ้นเครื่องจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสายการบินโดยปกติสำหรับผู้โดยสารที่โดยสารแบบชั้นประหยัด สายการบินจะอนุญาตให้นำสัมภาระขึ้นได้ท่านละ 1 ใบ ไม่เกิน 20 กิโลกรัม ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและผู้โดยสารที่โดยสารชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่งสามารถนำสัมภาระขึ้นได้ไม่เกิน 30 กิโลกรัม

    ข้อจำกัดด้านน้ำหนักจะใช้กับสายการบินส่วนใหญ่ที่เดินทางระหว่างประเทศ ยกเว้นในสหรัฐฯและแคนาดที่มักจะใช้การจำกัดจำนวนชิ้นสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยกระเป๋าทั้งสองใบจะต้องมีความยาวในแต่ละด้านไม่เกิน 158 เซนติเมตร (ยาว + กว้าง + สูง) และ แต่ละใบต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม ผู้โดยสารที่ต้องการพกพาสัมภาระเกินน้ำหนักที่จำกัดข้างต้น และ/หรือพกพาอุปกรณ์พิเศษ เช่น อุปกรณ์กีฬา ควรแจ้งกับทางสายการบินล่วงหน้าเป็นกรณีพิเศษและอาจต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติม

    หมายเหตุ : น้ำหนักกระเป๋าของแต่ละสายการบินอาจกำหนดแต่งต่างกันไป ผู้โดยสารควรตรวจสอบกับสายการบินที่ท่านเดินทางอีกครั้งเพื่อความถูกต้อง

  •     เด็กที่เดินทางตามลำพัง ต้องอายุเท่าไร

    +

    เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีจะไม่สามารถใช้บริการของเราได้ยกเว้นจะเดินทางมากับผู้ที่มีอายุอย่างต่ำ 18 ปี

  •     เด็กทารกที่สามารถเดินทางไปกับเครื่องบินโดยสาร ต้องอายุเท่าไร

    +

    สายการบินฯ สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้ทารกที่มีอายุไม่ถึง 9 วัน ร่วมเดินทางไปกับเครื่องบินโดยสาร อย่างไรก็ตามสายการบินอาจใช้ดุลยพินิจให้ทารกดังกล่าวเดินทางไปกับเครื่องบินโดยสารได้ หากมีใบรับรองการเดินทางจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และบิดามารดาของทารกได้ลงนามในคำแถลงข้อจำกัดความรับผิดของสายการบินแล้ว

  •     ผู้โดยสารแบบใด จำเป็นต้องแจ้งรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติมแก่สายการบินก่อนการเดินทาง

    +

    - ทุพพลภาพ หรือบุคคลที่อยู่ในภาวะอัมพาตใช้แขนและขาไม่ได้
    - ผู้โดยสารที่มีปัญหาด้านสุขภาพหรืออยู่ในภาวะเจ็บป่วยที่มีอาการของโรคติดเชื้อ โรคติดต่อ หรือโรคเรื้อรัง
    - สตรีมีครรภ์

    ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย สายการบินจำเป็นต้องขอข้อมูลผู้โดยสารเพิ่มเติม หรือ ขอใบรับรองแพทย์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาการเดินทาง และจัดการประเภทของความช่วยเหลือที่จำเป็นล่วงหน้าแก่ผู้โดยสาร

  •     จะทราบได้อย่างไรว่าได้รับการยืนยันการจองเที่ยวบิน

    +

    หลังจากลูกค้าทำการจองเป็นที่เรียบร้อย ระบบจะส่งอีเมลยืนยันไปตามที่อยู่อีเมลที่ระบุในบัญชีของท่าน อีเมลที่ได้รับจะมีรายละเอียดการจอง และ รหัสที่มีตัวอักษรผสมตัวเลข 6 หลัก ที่เรียกว่า "PNR" เมื่อการจองนี้มีการออกตั๋วเครื่องบินแล้ว ลูกค้าสามารถสั่งพิมพ์และนำสำเนาเอกสารไปแสดงตอน Check-in ที่สนามบิน หรือ ทำการเช็คอินออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของสายการบิน สามารถเช็คอินออนไลน์ได้ ที่นี่!!

  •     ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับตั๋วเครื่องบินได้ที่ไหน

    +

    ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะตั๋วเครื่องบินได้ที่ "My Trip" หรือ คลิกที่นี่!! ซึ่งลูกค้าจะสามารถดูข้อมูลเส้นทางการเดินทางของท่านด้วยการระบุหมายเลขสำรองที่นั่งบนบัตรโดยสารหรือบนเอกสารยืนยันการสำรองที่นั่ง หรือที่เรียกว่า "PNR" หรือ "Record Locator" (รหัส สำรองที่นั่ง) ซึ่งเป็นรหัสที่มีตัวอักษรผสมตัวเลข 6 หลัก เพียงแต่กรอกรหัส 6 หลักนี้ โดยไม่ต้องกรอกรหัสใดๆ ที่นำหน้าหรือตามหลังลงไปด้วย สามารถกรอกด้วยตัวพิมพ์ใหญ่หรือตัวพิมพ์เล็กก็ได้ พร้อมกรอกนามสกุลของท่านให้ตรงกับที่ปรากฏบนเอกสารสำรองที่นั่ง

  •     ควรเช็คอินก่อนการขึ้นเครื่องกี่ชั่วโมง

    +

    ผู้โดยสารสามารถเช็คอินได้ที่เคาน์เตอร์สนามบินของแต่ละสายการบิน และเพื่อความสะดวกสบายที่ทันตามเทคโนโลยี ปัจจุบันสายการบินได้เปิดให้บริการเช็คอินออนไลน์ (Online Check-in) ผ่านเว็บไซต์สายการบิน หรือ เช็คอินผ่านมือถือ ตามความสะดวกของไลฟ์สไตล์ของผู้โดยสาร

    ผู้โดยสารที่ต้องการเช็คอินผ่านเคาน์เตอร์สนามบิน
    สำหรับการเดินทางเส้นทางในประเทศ
    เคาน์เตอร์เช็คอินจะเปิดรับเช็คอิน 2 ชม. ล่วงหน้าก่อนเวลาเดินทาง และจะปิดรับเช็คอิน 30 นาที ก่อนเวลาเดินทาง ผู้โดยสารควรเช็คอินที่เคาน์เตอร์ไม่น้อยกว่า 30 นาทีก่อนเครื่องออก

    สำหรับการเดินทางเส้นทางต่างประเทศ
    เคาน์เตอร์เช็คอินจะเปิดรับเช็คอิน 2-3 ชม. ล่วงหน้าก่อนเวลาเดินทาง และจะปิดรับเช็คอิน 60 นาที ก่อนเวลาเดินทาง ผู้โดยสารควรเช็คอินที่เคาน์เตอร์ไม่น้อยกว่า 45 นาทีก่อนเครื่องออก ต้องแสดงเอกสารอะไรบ้างตอนเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบิน สำหรับการเดินทางเส้นทางภายในประเทศ ผู้โดยสารต้องแสดงตั๋วเครื่องบิน E Ticket พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ (สำหรับคนไทย) หรือหนังสือเดินทาง(สำหรับชาวต่างชาติ) สำหรับเด็กอายุระหว่าง 2 - 12 ปี สามารถใช้บัตรนักเรียนและสำหรับทารกอายุ (น้อยกว่า 2 ปี) สามารถใช้สุจิบัตร แสดงต่อเจ้าหน้าที่เช็คอินแทนได้

    ผู้โดยสารที่ต้องการเช็คอินออนไลน์ (Online Check-in)
    ท่านสามารถเช็คอินออนไลน์ (Online Check-in) ก่อนการเดินทางท่องเที่ยวได้ง่ายๆ เพียงแค่คลิก เลือกที่นั่ง กรอกข้อมูล ท่านก็สามารถเที่ยวได้รอบโลก แบบไม่ต้องเสียเวลากับการต่อแถวที่สนามบิน ท่านสามารถเลือกสายการบินเพื่อเช็คอินออนไลน์ (Online Check-in) ผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบินที่อนุญาติให้ทำการเช็คอินออนไลน์ สำหรับการเช็คอินออนไลน์สามารถทำได้ตั้งแต่ 1 - 24 ชั่วโมงก่อนการออกเดินทาง ซึ่งเงื่อนไขการเช็คอินออนไลน์ของแต่ละสายการบินนั้นมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสายการบินที่ท่านเลือกเดินทาง คลิกเช็คอินออนไลน์ (Online Check-in) ที่นี่!!

  •     ต้องการเปลี่ยนแปลงวันเดินทางหรือยกเลิกตั๋วเครื่องบิน ต้องทำอย่างไร

    +

    การเปลี่ยนแปลงวันเดินทางหรือยกเลิกตั๋วเครื่องบิน หากเป็นตั๋วราคาปกติ ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกวันเดินทางได้ ตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ ผู้โดยสารจะต้องแจ้งให้ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง 24 ชั่วโมง ก่อนกำหนดการออกเดินทาง โดยแจ้งมาที่เบอร์ 02-648-2288 หลังจากทำการยกเลิกตั๋วเครื่องบินแล้ว บริษัทจะทำการคืนเงินเข้าบัญชีให้ลูกค้าภายใน 4 เดือนนับจากวันที่แจ้งยกเลิกการเดินทาง หากตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วโปรโมชั่น ส่วนมากสายการบินจะระบุเงื่อนไขไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือทำการยกเลิกตั๋วเครื่องบินได้ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

    หมายเหตุ: การเปลี่ยนแปลงวันเดินทางหรือยกเลิกตั๋วเครื่องบินนั้น จะมีค่าธรรมเนียมดำเนินการการเปลี่ยนแปลงวันเดินทางหรือยกเลิกตั๋วเครื่องบิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของตั๋วเครื่องบินนั้นๆ

  •     ข้อห้ามสำหรับสิ่งของที่จะใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน

    +

                     
    สิ่งของต้องห้ามในการนำขึ้นเครื่องบิน

    - ห้ามนำของเหลว เจล และสเปรย์ หรือวัสดุอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันที่มีขนาดบรรจุภัณฑ์เกินกว่า 100 มิลลิลิตร รวมทั้งวัตถุแหลมคม ทุกชนิดใส่ในกระเป๋าสัมภาระที่จะผ่านเช็คอินเพื่อลำเลียงส่งขึ้นเครื่องบิน
    - หากต้องการนำ ของเหลว เจล สเปรย์ ถือติดตัวขึ้นบนเครื่องบิน ของเหลวนั้น ต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร โดยต้องนำใส่ไว้ในถุงพลาสติกใสแบบ Zip-Lock ขนาด 20x20 เซนติเมตร (มีจัดเตรียมไว้ที่โต๊ะหน้าเคาน์เตอร์เช็คอิน) ผูโดยสาร 1 คน ต่อ 1ถุง
    ปริมาณของเหลวเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร (หรือ 1 ลิตร)
    - ผู้โดยสารที่มีอาวุธปืนต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่สายการบิน ณ เคาน์เตอร์เช็คอิน เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารและแยก เครื่องกระสุน ณ สถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้
    - ผู้โดยสารไม่ได้รับอนุญาตให้นำพาสารหรือวัตถุอันตรายทุกชนิดไปกับเครื่องบินไม่ว่าจะบรรทุกไปกับสัมภาระที่เช็คอินหรือนำติดตัว ขึ้นเครื่องบิน

    มาตรการจำกัดของเหลว เจล สเปรย์ ขึ้นเครื่องบิน
    ของเหลว เจล สเปรย์ฯ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎ เช่น น้ำดื่ม เครื่องดื่ม ครีม โลชั่น ออยล์ สเปรย์ น้ำหอม เจลใส่ผม ยาสีฟัน น้ำยาระงับกลิ่นกาย เป็นต้น

    - ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีขนาดความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะบรรจุของเหลว เจล และสเปรย์ เพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้
    - ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมกันไว้ในถุงพลาสติกใส ซึ่งเปิด – ปิด ผนึกได้ และมีความจุรวมกันไม่เกิน1 ลิตร (1,000 มิลลิลิตร)
    - ผู้โดยสารสามารถนำถุงพลาสติกใสขึ้นเครื่องได้คนละ 1 ถุง โดยต้องแยกออกจากสัมภาระติดตัวอื่น ๆ และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ณ จุดตรวจค้น
    - ของเหลว เจล สเปรย์ที่มีความจุเกิน 100 มิลลิลิตร ต้องบรรจุในกระเป๋าสัมภาระที่ท่านจะบรรทุกลงใต้ท้องเครื่องบิน เพื่อผ่านขั้นตอน เช็ค – อิน เท่านั้น
    - ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ นม และอาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน
    ข้อมูล : http://airportthai.co.th/

  •     ขั้นตอนการตรวจสอบผู้โดยสารก่อนการเดินทางขึ้นเครื่องบิน [Security Check]

    +

    - เมื่อผ่านการตรวจลงตราหนังสือเดินทางแล้ว ผู้โดยสารจะเข้าสู่ขั้นตอน การตรวจค้น เพื่อการรักษาความปลอดภัย เริ่มจากการ เตรียมบัตรโดยสาร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
    - ให้ผู้โดยสารนำกระเป๋าที่ถือติดตัวใส่ถาดเพื่อเข้าเครื่อง X-Ray หากท่านใดมีคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Laptop) เสื้อแจ็กเก็ต เข็มขัด และถุง Zip-Lock บรรจุของเหลวให้แยกต่างหากและใส่อีกถาดหนึ่งเพื่อเข้าเครื่อง X-Ray
    - ผู้โดยสารอาจถูกขอให้ถอดรองเท้า เพื่อนำไปตรวจด้วยเครื่อง X-Ray ทั้งนี้ ได้มีการจัดเตรียมรองเท้ากระดาษ พร้อมทั้งถาด ใส่รองเท้าไว้ให้บริการ
    - สำหรับตัวผู้โดยสารให้เดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ ผู้โดยสารท่านใดที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือกำลังตั้งครรภ์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ด้านหน้าจุดตรวจค้นเพื่อผ่านเข้าช่องทางเฉพาะ และรับการตรวจค้นร่างกายด้วยมือ
    - ผู้โดยสารที่เดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะแล้วเกิดสัญญาณเตือน ผู้โดยสารต้องเดินกลับออกไป เพื่อตรวจซ้ำอีกครั้งว่า ยังมีสิ่งของ ที่เป็นโลหะ หลงเหลืออยู่หรือไม่ หากพบว่ามีให้นำสิ่งของใส่ ลงในถาดที่จัดเตรียมไว้ผ่านเครื่อง X-Ray และเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ เป็นครั้งที่ 2
    - กรณีที่ผู้โดยสารเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะเป็นครั้งที่ 2 และยังมีสัญญาณเตือน เจ้าหน้าที่จะเชิญให้ผู้โดยสารพักรอในพื้นที่ ที่จัดไว้ และ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นจะมารับไปทำการตรวจค้นร่างกาย เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องตรวจจับโลหะส่งสัญญาณ
    - เมื่อผู้โดยสารได้รับการตรวจค้นร่างกายและสัมภาระทุกขั้นตอนแล้ว จะสามารถไปรอขึ้นเครื่องบินได้
    - ผู้โดยสารที่ปฏิเสธการตรวจค้นไม่ว่าจะเป็นการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระหรือการตรวจค้นร่างกายและปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านจุดตรวจค้น เพื่อไปขึ้นเครื่องบิน
    ข้อมูล : http://airportthai.co.th/

  •     คำแนะนำผู้โดยสารในกรณีเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองร่วมเดินทางด้วย ต้องทำอย่างไร?

    +

    - ผู้ปกครองจะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางเพราะ ทางสายการบินได้จำกัดจำนวนการรับเด็กไว้ด้วยคือ ใน Royal First Class/Royal Silk Class จะได้รับเฉพาะเด็ก ที่มีอายุระหว่าง 8-11 ปี และรับเพียง 1 คน เท่านั้น ส่วน Economy Class รับเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-7 ได้ไม่เกิน 6 คน ถ้ามี อายุระหว่าง 8-11 ปี สามารถรับได้ไม่เกิน 30 คน ต่อหนึ่งเที่ยวบิน
    - แจ้งข้อมูล เด็ก ทั้งชื่อ สกุล อายุ เพศ วันที่ หมายเลข เที่ยวบิน สถานีต้นทาง และสถานีปลายทาง รวมทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครองที่พาเด็ก/UM มาส่งสถานีต้นทาง และชื่อ ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ของผู้ปกครองที่มารับที่สถานีปลายทาง และนำข้อมูลทั้งหมดไปกรอกในแบบฟอร์ม "Handling Advice for Unaccompanied Minor" (FORM THAI 1122) เพื่อเป็นหลักฐาน
    - ผู้มารับที่สถานีปลายทางต้องเป็นคนคนเดียวกับชื่อที่แจ้งไว้กับ Selling Office
    - ตั๋วที่ใช้ต้องเป็นประเภท Confirm และไม่ใช่ตั๋ว ID แต่ถ้าเป็นตั๋วรางวัลที่ ROP (Royal Orchid Plus) มอบให้ถือว่าใช้ได้
    - พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มาส่งเด็กแล้วยังกลับบ้านทันทีไม่ได้ จะต้องรอจนกว่าเครื่องบินลำที่เด็กเดินทางนั้น ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าไปแล้ว
    - เด็กที่เป็น Infant และที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี จะไม่ได้รับเป็น UM ยกเว้นถ้ามีบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปี หรือมากกว่า 12 ปี ขึ้นไปร่วมเดินทางด้วย

        การเดินทางของเด็กนั้น ต้องเสียค่าใช้จ่าย Handling fee 30 USD หรือ เท่ากับ 1,350 บาท สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ต่อ 1 เที่ยวบิน (หมายถึงการเดินทางตั้งแต่สถานีต้นทางจนสิ้นสุด ที่สถานีปลายทาง โดยไม่คำนึงว่าเที่ยวบินนั้นจะมีกี่ Sector ก็ตาม) และถ้าเป็นพี่น้องนามสกุลเดียวกันเดินทางด้วยกันเราจะคิดค่า Handling Fee เพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนใน Domestic ไม่ต้องเสีย

         สำหรับตั๋วเที่ยวบิน Inter คิดในราคา Applicable Adult Fare ตามอายุของ เด็ก/UM ส่วนเที่ยวบิน Domestic จะเสียค่าตั๋วในราคา 50 เปอร์เซ็นต์ ของ Adult Normal Full F are

         กรณีผู้โดยสารเด็กอายุระหว่าง 12-16 ปี เดินทางคนเดียว และพ่อแม่ ผู้ปกครองมีความประสงค์จะให้ดูแลเป็นพิเศษเหมือน เด็ก/UM ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน (YP :Young Passenger)

         สำหรับเด็กนั้น พนักงานสายการบินอำนวยความสะดวกทุกๆ อย่าง อาทิ ช่วยถือของ แนะนำการรัดเข็มขัดที่นั่ง ดูแลช่วยเหลือเรื่องอาหารการกินช่วยตักอาหารให้ พาเข้าห้องน้ำ กรอก Immigration Form เป็นเพื่อนพูดคุย นำของเล่นมาให้เพื่อสะดวกในการดูแล เมื่อเครื่องถึงสนามบินผู้จัดการเที่ยวบิน คือ Purser หรือ Inflight Manager จะนำเด็กให้กับพนักงานต้อนรับภาคพื้นดิน ที่สถานีนั้นๆ ดูแลต่อไปจนถึงผู้ปกครองที่จะมารับ
    ข้อมูล : http://airportthai.co.th/

  •     สำหรับผู้โดยสารที่ที่ต้องการนำสัตว์เลี้ยงร่วมเดินทาง ต้องทำอย่างไร

    +

         ผู้โดยสารที่นำสัตว์เลี้ยงเข้าหรือออกนอกประเทศจะต้องปฎิบัติตามกฎของการท่าอากาศยาน เเละเเจ้งต่อสำนักงานการเดินทาง โดยมีสัตว์เลี้ยงซึ่งจะเป็นผู้ดูเเลเเนะนำในเรื่องข้อบังคับต่างๆ

    ขั้นตอนการส่งสัตว์เลี้ยง (สุนัข แมว นก ฯลฯ) ออกนอกราชอาณาจักร
    ข้อมูลจาก กรมปศุสัตว์ http://www.dld.go.th

    การดำเนินการ
    - ยื่นคำร้องขอส่งสัตว์ออก (แบบ ร.1/1)
    - ตรวจสุขภาพสัตว์ก่อนการเดินทางไม่เกิน 2-3 วัน
    - ด่าน ฯ ออกใบอนุญาตส่งสัตว์ออก (แบบ ร.9) พร้อมเอกสารรับรองสุขภาพสัตว์ (HEALTH CERTIFICATE)

    คำแนะนำ
    ในการยื่นคำร้องขออนุญาตส่งสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร ควรมีเอกสารประกอบดังนี้
    - สำเนาพาสปอร์ตเจ้าของสัตว์
    - สำเนาบัตรประจำตัวผู้ดำเนินพิธีการส่งออก
    - สำเนาใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (RABIES VACCINATION CERTIFICATE) กรณีสุนัข แมว ส่งออก
    - ถ้าเป็นนก หรือสัตว์ชนิดอื่น ต้องมีเอกสารรับรองการส่งออกจากกรมป่าไม้ หรือคำยินยอมให้ส่งออกได้จากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานฯ และหรือมีเอกสาร CITES กำกับ

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ส่วนควบคุมการเคลื่อนย้ายและกักกัน สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพ 10400
    ข้อมูล : http://airportthai.co.th/